ผลงานวิจัย

ผลงานวิจัยปีการศึกษา : 2555

ชื่อภาษาไทย : โครงการแนวทางการจัดการขยะของเยาวชน โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนบ้านมั่นคง ชุมชนบางบัว เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร

ชื่อภาษาอังกฤษ : Waste Management Practices of Youth, the Community Involvement : Ban Munkong, Bang Bua Community, Bangkhen District, Bangkok

บทคัดย่อ : 

ในอดีตชุมชนบางบัวเคยตกเป็นจำเลยของสังคมร่วมกับชุมชนอื่นๆในสายคลองบางบัว ว่าเป็นต้นเหตุของขยะและน้ำเสีย ทำให้เกิดการรวมตัวกันของชุมชนต่าง ๆ เพื่อค้นหาสาเหตุและที่มาของปัญหานั้น  และได้ร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหา  เริ่มจากการจัดตั้ง “เครือข่ายสิ่งแวดล้อมคลองบางบัว”  แต่การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะขยะยังไม่ประสบผลสำเร็จ  ทำให้ชุมชนในสายคลองบางบัวรวมตัวกันอีกครั้งเพื่อร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกริก ทำการวิจัย “บางเขนในหลากหลายมิติ” ปัญหาหนึ่งที่ชุมชนคัดเลือกขึ้นมาคือ “ปัญหาขยะ”  ซึ่งส่งผลกระทบต่อชุมชนค่อนข้างมาก ทั้งบนบกและในลำคลอง จึงมีการชักชวนเด็กและเยาวชนเข้าร่วมเป็นนักวิจัยชุมชน เพื่อให้เกิดกระบวนการสร้างจิตสำนึก การมีส่วนร่วมให้กับเด็กๆ จากรุ่นสู่รุ่น การเป็นพลเมืองที่รับผิดชอบต่อชุมชนและสังคมของตนเอง จึงเกิดโครงการวิจัย “แนวทางการจัดการขยะของเยาชน โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน บ้านมั่นคงชุมชนบางบัว เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร”  ขึ้น เพื่อหาแนวทางในการจัดการขยะชุมชนที่ยั่งยืนและเหมาะสมกับบริบทชุมชน

ผลการวิจัยพบว่า การค้นหาแนวทางการจัดการขยะของเยาวชน ต้องผ่านกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน เริ่มตั้งแต่การค้นหาปัญหา สาเหตุ และข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการรณรงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกให้แก่คนในชุมชน ผลที่ได้คือ จากเป้าหมายที่นักวิจัยชุมชนต้องการคือ ธนาคารขยะ เพราะจะทำให้เด็กในชุมชน จัดการขยะด้วยความสนุก แต่มีสาระความรู้ ตลอดจนทำให้เด็กๆ มีรายได้ เมื่อผ่านกระบวนการวิจัย ทำให้นักวิจัยชุมชน เรียนรู้ในการใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์ ปัจจัยต่างๆที่เกี่ยวข้องกับจัดการขยะชุมชนในรูปแบบของ ธนาคารขยะ เช่น ปริมาณขยะ บุคลากรในการดำเนินการ  สถานที่ ราคาขยะ ที่สำคัญต้องได้รับความร่วมมือจากคนในชุมชน และจากการที่ชุมชนอยู่ติดกับลำคลอง ขยะเกิดจากชุมชนที่ตั้งอยู่บนสายคลองทั้งต้นคลอง กลางคลอง และท้ายคลอง ดังนั้น หากจะให้ยั่งยืนและเหมาะสมกับบริบทชุมชน ต้องร่วมมือกันทั้งสายคลอง จากกระบวนการเรียนรู้ทั้งกระบวนการวิจัยและกิจกรรมที่ทำร่วมกัน ทำให้เด็กและเยาวชนมี่พัฒนาการทางด้านความคิด พฤติกรรม และมีศักยภาพที่จะรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคมได้ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น คือ เด็กๆมีพัฒนาการทางด้านความคิด การแสดงออก ความรับผิดชอบต่อตนเองและส่วนรวม ผู้ใหญ่ให้ความสำคัญกับกิจกรรมของเด็กๆมากขึ้น สภาพแวดล้อมที่เกิดจากการดูแลของเด็กและคนในชุมชนดีขึ้น

 

สถานะ : เสร็จสมบูรณ์

 

 

ผลงานวิจัยปีการศึกษา : 2555

ชื่อภาษาไทย : โครงการ การจัดการความรู้ การจัดทำบัญชีกองทุนเมือง ชุมชนบางบัว เขตบางเขน เพื่อบริหารจัดการเงินกองทุนเมืองให้มีประสิทธิภาพ

ชื่อภาษาอังกฤษ : Knowledge Management: City Funds Accounting of Bangbua Community Bangkhen for Effectively City Funds’ Money Management

บทคัดย่อ : 

            โครงการวิจัย การจัดการความรู้ทางการบัญชีและการบริหารการเงินเพื่อพัฒนากลุ่มธุรกิจช่างชุมชนบางบัว เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร มีวัตถุประสงค์  4 ข้อ คือ  (1) เพื่อศึกษาพัฒนาการกลุ่มธุรกิจช่างชุมชน  (2) เพื่อศึกษาการจัดทำบัญชีก่อสร้างและการบริหารการเงินกลุ่มธุรกิจช่างชุมชนบางบัว (3) เพื่อพัฒนาองค์ความรู้การจัดทำบัญชีก่อสร้างและการบริหารการเงินกลุ่มธุรกิจช่างชุมชนบางบัว (4) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนากลุ่มธุรกิจช่างชุมชนบางบัว

            งานวิจัยนี้ได้นำแนวคิดการจัดการความรู้ทางการบัญชีและการบริหารการเงินมาสังเคราะห์ความรู้ที่ได้จากการสรุปข้อมูลการประกอบอาชีพการก่อสร้างของกลุ่มธุรกิจช่างชุมชนบางบัว เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร โดยการค้นหา องค์ความรู้ จากการอบรมเชิง ปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมของกลุ่มธุรกิจช่างชุมชนบางบัวจากกระบวนการวิจัย ทุกขั้นตอน เพื่อให้ กลุ่มธุรกิจช่างชุมชนบางบัว สามารถนำผลที่ได้จากการวิจัยไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการประกอบอาชีพก่อสร้างในรูปของ “กลุ่มธุรกิจช่างชุมชนบางบัว “ เพื่อก่อให้ เกิดการพัฒนา กลุ่มธุรกิจช่างชุมชนบางบัว เขตบางเขน กรุงเทพมหานครให้มีความยั่งยืน ผู้วิจัยซึ่งเป็นหัวหน้าโครงการ ร่วม กับกลุ่มทีมวิจัยจากกลุ่มธุรกิจช่างชุมชนบางบัวได้ร่วมกันศึกษา ค้นหาวิธีการดำเนินงาน รูปแบบเอกสาร รูปแบบการบันทึกบัญชี และการบริหารการเงินที่เหมาะสมกับลักษณะ การประกอบอาชีพก่อสร้าง ของกลุ่มธุรกิจช่างชุมชนบางบัว 

สถานะ : เสร็จสมบูรณ์

 

 

ผลงานวิจัยปีการศึกษา : 2555

ชื่อภาษาไทย : โครงการ แนวทางการบริหารจัดการสวัสดิการเครือข่ายองค์กรชุมชนเขตบางเขน

ชื่อภาษาอังกฤษ : An Operational Guideline of Welfare Management for Bang Khen District Community Organizational Network

บทคัดย่อ : 

การศึกษาแนวทางการบริหารจัดการสวัสดิการเครือข่ายองค์กรชุมชนเขตบางเขนเป็นการบริหารจัดการสวัสดิการชุมชนระดับเขตบางเขนมีที่มาจากการจัดตั้งและการขยายตัวของกองทุนสวัสดิการชุมชนเครือข่ายสิ่งแวดล้อมคลองบางบัวกอปรกับรัฐบาลและกรุงเทพมหานครเห็นความสำคัญและส่งเสริมกองทุนสวัสดิการชุมชนโดยเฉพาะด้านการเงิน นำไปสู่การจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับเขตบางเขนเพื่อให้มีสิทธิได้รับการสนับสนุนตามกฎหมายจากภาครัฐ มีชุมชนอื่น ๆ ในเขตบางเขนสนใจเข้าร่วมเป็นสมาชิกจำนวนมากขึ้นทำให้ขนาดของกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับเขตบางเขนขยายตัวอย่างรวดเร็ว  จากการเติบโตของกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับเขตบางเขน  ทำให้มีปัญหาต่าง ๆ ตามมาหลายประการ  อาทิเช่น ความแตกต่างทางด้านสังคม วัฒนธรรม และฐานทุนของแต่ละชุมชน รวมทั้งปัญหาในกระบวนการรับรู้และการเข้ามามีส่วนร่วมของคนในชุมชนและระบบการบริหารจัดการที่ยังขาดองค์ความรู้ในด้านการเงิน การบัญชี และฐานข้อมูลของสมาชิก  ทำให้การขับเคลื่อนการบริหารจัดการสวัสดิการชุมชนในรูปแบบเครือข่ายยังพัฒนาไปได้ไม่มากนัก   จากเหตุผลข้างต้นจึงเป็นประเด็นที่ทีมงานวิจัยและชาวชุมชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องการที่จะคลี่คลายปัญหาและค้นหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น รวมทั้งพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการเพื่อนำมาเป็นแนวทางในการพัฒนาระบบการจัดสวัสดิการเครือข่ายชุมชนให้กับชุมชนเขตบางเขน เพื่อนำไปใช้ไปเป็นต้นแบบให้กับเครือข่ายองค์กรชุมชนอื่น โดยมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาเพื่อ 1) ศึกษาพัฒนาการของกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับเขตบางเขนตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน 2) ศึกษาศักยภาพและต้นทุนของกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับเขตบางเขนในการจัดสวัสดิการตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน 3) เพื่อศึกษาปัญหา อุปสรรค ตลอดจนปัจจัย/เงื่อนไขที่สำคัญในการจัดกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับเขตบางเขน 4) เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารจัดการกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับเขตบางเขนที่เหมาะสมกับชุมชน

ทีมผู้วิจัยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) มีวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยวิธีการออกแบบสอบถามตัวแทนชาวบ้านใน 10 ชุมชน การสัมภาษณ์แบบเชิงลึกจากกลุ่มเป้าหมาย การจัดเวทีประชุมกลุ่มย่อย การสังเกตแบบมีส่วนร่วม การศึกษาดูงานและการศึกษาจากเอกสารที่เกี่ยวข้อง  ส่วนการวิเคราะห์ข้อมูลเป็นการวิเคราะห์เชิงคุณภาพแบบมีเหตุผลเชื่อมโยงข้อมูลที่ได้มาทั้งหมด

            ผลการศึกษาสรุปได้ว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนระดับเขตบางเขนมีความเป็นมาจากการจัดตั้งและการขยายตัวของกองทุนสวัสดิการชุมชนเครือข่ายสิ่งแวดล้อมคลองบางบัว  ผลจากการมีสมาชิกเพิ่มขึ้นทำให้ขนาดของกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับเขตบางเขนเพิ่มขึ้นตามลำดับ  โดยมีปัจจัยและเงื่อนไขความสำเร็จของกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับเขตบางเขน ได้แก่1)ความสัมพันธ์ทางเครือญาติ 2) การเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส จากการถูกไล่รื้อที่อยู่อาศัยของชาวชุมชนจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในขณะนั้น  3) ความรักและความสามัคคีของคนในชุมชน 4) คุณลักษณะผู้นำชุมชน  5) การสนับสนุนจากภาครัฐ 6) การสื่อสารมวลชน และ 7) ความยืดหยุ่นของระเบียบของกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับเขตบางเขน ส่วนปัญหาและอุปสรรคในการจัดการกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับเขตบางเขน ได้แก่ 1) ความขัดแย้งของคนในชุมชน 2) การมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่ 3) ช่องว่างทางสังคมและเศรษฐกิจ  4) การติดต่อกับหน่วยราชการ 5) ความรู้ของคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับเขตบางเขน 6) บทบาทของผู้นำที่มีหลายตำแหน่ง 7) การขาดอุดมการณ์ด้านสวัสดิการชุมชน 8) ผลตอบแทนของคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับเขตบางเขน  9) สถานการณ์ทางการเมือง และ 10) สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ

จากการสำรวจความต้องการของชุมชนเกี่ยวกับกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับเขตบางเขน พบว่า คนส่วนใหญ่ยังไม่ได้เข้าเป็นสมาชิกกองทุน  กรณีเป็นสมาชิกแล้วส่วนใหญ่ยังไม่เคยได้รับสวัสดิการ  ผู้ที่เคยได้รับสวัสดิการส่วนใหญ่ได้มาจากการเจ็บป่วย รองลงมาคือผู้สูงอายุ  สมาชิกส่วนใหญ่เห็นว่าสวัสดิการเดิมที่มีดีอยู่แล้ว  แต่มีความคิดเห็นว่าควรมีการจ่ายเงินช่วยเหลือสมาชิกในกรณีสูงอายุ เจ็บป่วยและเสียชีวิตตามอายุการเป็นสมาชิก และรองลงมาคือต้องการให้มีการจัดหาเงินกู้ยืมเพื่อประกอบอาชีพ นอกจากนี้คนในชุมชนมีความพึงพอใจในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลางทางด้านต่าง ๆ เช่น ด้านผลิตภัณฑ์หรือสวัสดิการชุมชนที่จัดหาให้สมาชิก  ด้านการเก็บเงินสมาชิกรายเดือนและค่าธรรมเนียมแรกเข้าเป็นสมาชิก  ด้านสถานที่ติดต่อหรือช่องทางการติดต่อสื่อสารและด้านการประชาสัมพันธ์และให้ข้อมูลข่าวสาร เป็นต้น

กองทุนสวัสดิการชุมชนระดับเขตบางเขน  มีจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาสและภัยคุกคาม  ดังนี้ จุดแข็ง (Strength) ได้แก่ 1) ความเข้มแข็งของชุมชน 2) การให้บริการที่ดี 3)  ความยืดหยุ่นของระเบียบกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับเขตบางเขน และ 4) สวัสดิการที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนและบริบทชุมชน จุดอ่อน (Weakness) ได้แก่ 1) บทบาทของผู้นำที่มีหลายตำแหน่ง 2) การขาดอุดมการณ์ด้านสวัสดิการชุมชน 3) ขาดการประชาสัมพันธ์  4) ขาดการมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่ และ 5) จำนวนประชากรสูงอายุมีจำนวนเพิ่มขึ้น สำหรับโอกาส (Opportunity) ได้แก่ 1) ชาวชุมชนจำนวนมากยังไม่ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับเขตบางเขน 2) เงินสมทบจากภาครัฐ และ3) หน่วยงานภายนอกที่เห็นความสำคัญและให้การยอมรับอาจให้การสนับสนุนเพิ่มขึ้น   และภัยคุกคาม (Treat) ได้แก่ 1) สถานการณ์ทางการเมือง 2) สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ และ3) ความเหลื่อมล้ำกันของสังคม

การบริหารจัดการกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับเขตบางเขน เริ่มตั้งแต่การวางแผนงาน การปฏิบัติตามแผน การประเมินผลและติดตามผลนั้น  มักกระทำกันในกลุ่มของคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับเขตบางเขนเท่านั้น ขณะที่ชาวชุมชนที่เป็นสมาชิกส่วนใหญ่แทบจะไม่ได้มีส่วนร่วมตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้าย หรือมีส่วนร่วมในขอบเขตจำกัดเพียงการจ่ายเงินและรับเงินช่วยเหลือจากเป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับเขตบางเขนเท่านั้น  ส่วนด้านการบริหารจัดการด้านการเงิน  จำนวนเงินที่ได้รับจากสมาชิกจะเก็บไว้ที่ชุมชนร้อยละ 70 เพื่อชุมชนนำไปใช้สำหรับในการจัดการสวัสดิการทั้ง 8  อย่าง   ส่วนอีกร้อยละ30 จะเก็บไว้ที่สำนักงานกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับเขตบางเขนเพื่อใช้ในการบริหารจัดการร้อยละ 15 และอีกร้อยละ 15 ใช้ในการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน   กองทุนสวัสดิการชุมชนระดับเขตบางเขนมีการจัดโครงสร้างตามลักษณะหน้าที่ (Functional Structure) โดยมีประธานกองทุน และฝ่ายต่างๆ ประกอบด้วย เลขานุการ เหรัญญิก บัญชี ฝ่ายตรวจสอบ ประชาสัมพันธ์ เป็นต้น มีสวัสดิการที่จัดให้สมาชิก 8 อย่าง ได้แก่ 1)  เกิด 500 บาท  2) เจ็บป่วยครั้งละ 500 บาท แต่ไม่เกิน 2 ครั้งต่อปี 3) แต่งงาน 500 บาท  4) บวช  500 บาท  5)  ทุนการศึกษา 6) พิการ/ทุพพลภาพ  100 บาท/เดือน กรณีทำบัตรคนพิการ 7) ผู้สูงอายุ 100 บาท ต่อเดือน และ 8) เสียชีวิต 4,000 บาท นอกจากนี้ยังมีสวัสดิการที่ไม่ได้อยู่รูปตัวเงิน โดยแบ่งเป็น 4 ด้าน ได้แก่  พัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม  พัฒนาความสัมพันธ์ของชุมชน  พัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน

            ปัจจุบัน กองทุนสวัสดิการชุมชนระดับเขตบางเขนประกอบด้วยชุมชน 36 ชุมชน จากชุมชนทั้งหมด 75 ชุมชนในเขตบางเขน  มีจำนวนสมาชิก  3,309 คน ณ 31 ธันวาคม 2555 มีจำนวนเงินกองทุนรวม 4,045,870 บาท ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2555 ซึ่งแหล่งที่มาของเงินกองทุนประกอบด้วย  2  ส่วน คือ เงินสมทบสวัสดิการของสมาชิก จำนวน 3,970,870 บาท และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) จำนวน 75,000 บาท

              งานวิจัยครั้งนี้ได้ออกแบบรูปแบบกองทุนสวัสดิการชุมชนและแนวทางการบริหารจัดการกองทุน  โดยจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อพัฒนากองทุนในด้านต่าง ๆ อาทิเช่น การพัฒนาคณะกรรมการ การพัฒนาระบบการเงินและบัญชี การพัฒนาระบบข้อมูลกองทุน การพัฒนาระบบสื่อสารการประชาสัมพันธ์ เป็นต้น แล้วมีการนำแผนปฎิบัติการไปทดลองปฏิบัติ ตลอดจนทำการติดตามและประเมินผล

            กองทุนสวัสดิการชุมชนระดับเขตบางเขน ได้พัฒนารูปแบบโดยแบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ระดับ คือระดับชุมชนและระดับเขต  มีการจัดสรรเงินกองทุนออกเป็น 3 ส่วน คือ ร้อยละ 70 ใช้ในการจ่ายสวัสดิการให้สมาชิก ร้อยละ 15 ใช้ในการบริหารจัดการ และอีกร้อยละ 15 นำไปเป็นกองทุนพัฒนาวิสาหกิจชุมชน  รวมทั้งมีการปรับเปลี่ยนการจ่ายเงินสวัสดิการกรณีชราภาพและกรณีเสียชีวิต  โดยให้มีการจ่ายตามอายุของการเป็นสมาชิกกองทุนฯ

            ทั้งนี้ ทีมวิจัยได้นำรูปแบบสวัสดิการไปทดลองใช้และพัฒนาการบริหารจัดการด้านต่าง ๆ อาทิเช่น การจัดทำฐานข้อมูลสมาชิก การจัดทำระบบการเงินและบัญชี การจัดทำการประชาสัมพันธ์ การปรับโครงสร้างคณะกรรมการ การร่างระเบียบข้อบังคับกองทุนฯ เป็นต้น หลังจากนั้นจึงติดตามและประเมินผลโดยมีเป้าหมายหรือตัวชี้วัด คือ จำนวนที่เพิ่มขึ้นของสมาชิกและระดับความพึงพอใจของสมาชิก พบว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนระดับเขตบางเขน มีสมาชิกเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.21 และมีความพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งเป็นไปตามแผนที่กองทุนสวัสดิการชุมชนระดับเขตบางเขนกำหนดไว้ที่ตัวชี้วัด

สถานะ : เสร็จสมบูรณ์

 

 

ผลงานวิจัยปีการศึกษา : 2555

ชื่อภาษาไทย : โครงการการใช้ประวัติศาสตร์ชุมชนเป็นเครื่องมือในการสร้างพลังความร่วมมือของคนสายคลองบางบัว

ชื่อภาษาอังกฤษ : The Use of Community History as the Instrument for Empowering People Participation in Bang Bua Canal Area

บทคัดย่อ : 

งานวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์  1. เพื่อศึกษาวิถีชีวิต สังคม วัฒนธรรมของคนสายคลองบางบัวตั้งแต่อดีต-ปัจจุบัน  2. เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ของคนกับสายคลองบางบัว 3. เพื่อศึกษาปัจจัยและเงื่อนไขการเปลี่ยนแปลงของสายคลองบางบัว 4. เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์การต่อสู้ของเครือข่ายพัฒนาสิ่งแวดล้อมคลองบางบัว และ 5.เพื่อศึกษาแนวทางการใช้ประวัติศาสตร์ชุมชนเป็นเครื่องมือในการสร้างพลังความร่วมมือของคนสายคลองบางบัว งานวิจัยชิ้นนี้มีสมมติฐานว่าความสำเร็จของการใช้ประวัติศาสตร์เป็นเครื่องมือสร้างพลังของคนสายคลองบางบัวขึ้นอยู่กับ 1. การมีส่วนร่วมในการศึกษาของคนในสายคลอง 2. การสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันนับตั้งแต่การตั้งคำถามการวิจัย การร่วมปฏิบัติ ร่วมวิเคราะห์ ร่วมนำเสนอผลงาน  3.ความสามรถในการรื้อฟื้นความทรงจำซึ่งเป็นความดีงามของชุมชน 4.  ความตระหนักถึงคุณค่า ความดีงามที่เป็นอัตลักษณ์ของชุมชน  

      ผลการวิจัยพบว่า  1.ชาวบ้านได้สร้างพลังจากการมีส่วนร่วม  การวิจัยได้สร้าง ความเชื่อมโยงของคนในสายคลองเข้าด้วยกัน ทำให้ลดความขัดแย้ง และสร้างความเข้าใจที่ดีต่อกัน นอกจากนี้ กระบวนการทำวิจัยได้สร้าง การเรียนรู้ร่วมกัน ใช้ความรัก ความเคารพในศักดิ์ศรี เห็นคุณค่าความเป็นมนุษย์ การทำวิจัยได้สัมผัสกับชุมชน ชาวบ้านมีความสุขที่ได้เข้าร่วมงานวิจัยที่เป็นกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ  2. การใช้ประวัติศาสตร์เป็นเครื่องมือในการสร้างพลังชุมชนดีกว่าเครื่องมืออื่นๆ เพราะว่าประวัติศาสตร์ชุมชนเป็นเรื่องราวของชาวบ้านที่ชาวบ้านทุกคนเป็นเจ้าของ ข้อมูลเหล่านี้ปราศจากผลประโยชน์ การเล่าเรื่องราวของตนในอดีตเป็นการเรียนรู้แบบธรรมชาติที่ชาวบ้านทำกันอยู่แล้ว โดยที่ทุกครอบครัว ปู่ย่าตายายเล่าเรื่องราวในอดีตให้ลูกหลานฟัง เป็นการสอนเรื่องความอดทน ศีลธรรม จริยธรรมที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น  ประวัติศาสตร์จึงไม่ใช่เรื่องยาก 3. ชาวบ้านเกิดความภาคภูมิใจ รู้สึกว่าตัวเองมีศักดิ์ศรี มีประวัติศาสตร์ที่สืบเนื่องมายาวนาน ที่ร่วมใช้ชีวิตและต่อสู้ร่วมกันเพื่อปกป้องถิ่นที่อยู่อาศัยของตน  ความรู้เรื่องราวของตนเกิดจากค้นพบโดยตัวของชาวบ้านเอง สามารถอธิบายตัวเองได้  ชาวบ้านสามารถเชื่อมโยงเรื่องราวของตัวเองได้กับสภาพแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ และการเมือง (บริบทที่อยู่รอบตัวและระดับประเทศ) เข้าใจว่าตนเองมีจุดเริ่มต้น และพัฒนามาสู่ ณ จุดนี้ได้อย่างไร การวิจัยทางประวัติศาสตร์สามารถแสดงข้อค้นพบอัตลักษณ์ที่เป็นข้อดีของชุมชน พบความสัมพันธ์ที่เป็นพื้นฐานที่ดีตั้งแต่อดีต   สิ่งเหล่านี้ยังคงมีอยู่ในชุมชนตลอดเวลา  อัตลักษณ์นี้ไม่ถูกตัดขาดจากชุมชน  ยังมีความสืบเนื่อง ข้ามผ่านการเวลาได้เสมอมา  แม้ว่าบางช่วงเวลา ข้อดีนี้อาจจะเกือบมองไม่เห็น 4. ชาวบ้านเห็นคุณค่าของตนเอง ว่าเป็นคนมีตัวตน มีสิทธิและมีศักดิ์ศรี ชาวบ้านได้พัฒนาตนเอง ทำให้กล้าที่จะพูด นำเสนอข้อมูลและกล้าที่ถกเถียงกับความเห็นที่ต่างกับของตน  สิ่งนี้ทำให้สามารถสร้างผู้นำชุมชนเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ชาวบ้านยังได้ตระหนักว่ามนุษยสัมพันธ์มีความสำคัญต่อการอยู่ร่วมกันในชุมชน

สถานะ : เสร็จสมบูรณ์

 

 

ผลงานวิจัยปีการศึกษา : 2555

ชื่อภาษาไทย : โครงการ การจัดการความรู้ทางการบัญชีและการบริหารการเงินเพื่อพัฒนากลุ่มธุรกิจช่างชุมชนบางบัว เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร

ชื่อภาษาอังกฤษ : Knowledge Management in Accounting and Financial management to improve the Bangbua civil construction business community, Bang Khen, Bangkok

บทคัดย่อ : 

ช่างชุมชนบางบัว เขตบางขน กรุงเทพมหานคร ประกอบอาชีพช่างก่อสร้างเป็นการส่วนตัวต่อมา ได้รวมตัวกัน ระหว่าง 15 ชุมชนจัดตั้งเป็นเครือข่าย “กลุ่มธุรกิจช่างชุมชน บางบัว ” โดยต้องการให้มี ระบบการจัดเก็บข้อมูลทางบัญชี  และการบริหารการเงินจากการประกอบอาชีพก่อสร้างที่ เป็นระบบ  ผู้วิจัย จึงได้ผสมผสานแนวคิดเกี่ยวกับการจัดทำบัญชีทั่วไป  แนวคิดบัญชีต้นทุนการก่อสร้าง และแนวคิดการจัดทำบัญชีแบบชาวบ้าน รวมทั้งแนวคิดการบริหารการเงิน มาประยุกต์ใช้กับการประกอบอาชีพของกลุ่มธุรกิจช่างชุมชนบางบัว โดยมีวัตถุประสงค์  (1) เพื่อศึกษาพัฒนาการกลุ่มธุรกิจช่างชุมชน  (2) เพื่อศึกษาการจัดทำบัญชีก่อสร้างและการบริหารการเงินกลุ่มธุรกิจช่างชุมชนบางบัว  (3) เพื่อพัฒนาองค์ความรู้การจัดทำบัญชีก่อสร้างและการบริหารการเงินกลุ่มธุรกิจช่างชุมชนบางบัว (4) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนากลุ่มธุรกิจช่างชุมชนบางบัว ผลการศึกษา พบว่าชาวชุมชนบางบัวมีกระบวนการมีส่วนร่วมในชุมชนที่เข้มแข็ง ผู้นำชุมชนมีภาวการณ์มีผู้นำสูง ผู้นำชุมชนและกลุ่มธุรกิจช่างชุมชนบางบัวมีแนวคิดที่จะพัฒนาการประกอบอาชีพการก่อสร้างของกลุ่มธุรกิจช่างชุมชนบางบัว โดยเห็นถึงความสำคัญของการจดบันทึกข้อมูลทางบัญชีและการบริหารการเงินว่าเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาอาชีพการก่อสร้างช่างชุมชนให้แข็งแกร่งได้ จึง ได้ร่วมกันค้นหา รูปแบบ วิธีการดำเนินงาน และ การจดบันทึกข้อมูลทางบัญชีที่เหมาะสมกับกลุ่มธุรกิจช่างชุมชนบางบัว จนได้รูปแบบออกแบบฟอร์มเอกสารทางการบัญชี ดังนี้ (1) รายงานต้นทุนงานก่อสร้าง (2) ใบสรุปการจ่ายเงินเดือนและค่าแรง (3) ทะเบียนคุมเช็ค  (4) สมุดเงินสดจ่าย (5) สมุดเงินสดรับ  (6) สมุดจดเวลาทำงาน  (7) ทะเบียนสินทรัพย์ถาวร  (8) บัญชีสินทรัพย์ถาวร  (9) รายการซ่อมและบำรุงรักษา  (10)ใบเบิกสินทรัพย์ (11)ใบสำคัญรับเงิน  (12)ใบสำคัญจ่ายเงิน(13) ใบสั่งซื้อวัสดุ และนำเอกสารที่ได้มาใช้ทดลองบันทึกบัญชีพร้อมทั้งปรับปรุงแก้ไขจนได้เป็นรูปแบบบัญชีที่เหมาะสม นอกจากนี้ยัง ได้ แนวคิดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การคำนวณราคารับเหมาก่อสร้าง การวิเคราะห์รายการบัญชี 5 หมวด  และได้ คู่มือ แนวทางปฏิบัติในการดำเนินงานการจัดทำบัญชีและการบริหารการเงินของกลุ่มธุรกิจช่างชุมชนบางบัว เขตบางเขนกรุงเทพมหานคร  ประโยชน์ที่ได้ทำให้กลุ่มธุรกิจช่างชุมชน บางบัว มีความรู้ความเข้าใจในการจดบันทึกข้อมูลทางการบัญชี ได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับรายได้ ค่าใช้จ่าย ต้นทุนการก่อสร้าง และการจัดสรรเงินลงทุนรวมทั้งแนวปฏิบัติในการบริหารจัดการ และการจัดทำบัญชีของกลุ่มธุรกิจช่างชุมชน บางบัวเพื่อนำไปเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการรองรับการขยายตัวให้เป็นที่รู้จักของผู้ใช้บริการให้มากขึ้น

สถานะ : เสร็จสมบูรณ์

 

 

Page 2/8: « 1 2 3 4 5 6 7 8 »